แหล่งที่อยู่อาศัยของนก Galah

  ถิ่นกำเนิดของนก Galah  คือที่ไหน ซึ่งนก Galah นั้นมาจากประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย หมู่เกาะโซลามอน ซึ่งนกกระตัวนี้ได้ถูกแบ่งออกตามสายพันธุ์ โดยการแยกสายพันธุ์นั้นมาจากลักษณะของนกนั้นเองด้วยการมองที่สี รูปทรงของขนนกแลขนาดของตัวนกว่ามีความแตกต่างกันแบบไหน และคนไทยก็นิยมนำมาเลี้ยงกันอย่างมากเลยทีเดียว เพราะนก Galahนั้นมีนิสัยที่ขี้อ้อนไม่มีนิสัยที่ดุร้าย แต่เราควรจะสนใจเขาด้วยเพราะนกพวกนี้ต้องการความสนใจอย่างมากจากเรานั้นเอง โดยนกพวกนี้จะเรียกร้องความสนใจโดนการทำร้ายข้างของภายในกรงเมื่อเรียกแล้วเราไม่สนใจมันนั้นเอง นก Galah กับแหล่งกำเนิดที่หลายแห่ง             สมัยนี้การเลี้ยงนกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก และได้มีตลาดนำมาขายกันอย่างมากเพราะสมัยนี้ นกกระตั้วนั้นได้มีการนำไปประกวดเสียงร้องต่างๆอีกด้วย และยังมีการแช่งขันความสามารถของนกอีกด้วย ซึ่งถือว่านกสมัยนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนที่ดีนั้นก็จะมีความสามารถที่เก่งและฉลาดอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วก็จะมีชมรมคนรักนกขึ้นมานั้นเอง ซึ่งชมรมคนรักนกนี้ก็จะมาแชร์ประสบการณ์ความรู้ต่างๆของนกด้วยกัน เพื่อได้นำไปใช้หรือวิธีการเลือกต่างๆของนกนั้นเอง เพราะมือใหม่ในการเลี้ยงนกนั้นก็ต้องมีความรู้ และเทคนิคการเรียนอย่างมาก เพรานกพวกนี้ต้องอาศัยการสอนและมันก็จะเลียนแบบเสียงของเจ้านายนั้นเอง ซึ่งพวกมันชอบทำเสียงเหมือนคนไม่ว่าเราจะพูดคำไหนออกไป นกพวกนี้ก็จะจำและนำไปพูดในเสียงของมัน และนกพวกนี้ก็สามารถร้องเพลงอีกด้วย ซึ่งการฝึกร้องเพลงนั้นก็ต้องใช้เวลาพอสมควร โดยการที่จะฝึกสอนนกให้ร้องเพลงได้นั้นไม่ใช้เรื่องง่ายเลย เพราะเราต้องมีความอดทนในการสอนจนกว่านกจะออกเสียงมาชัดเจนอีกด้วย ถึงพวกมันจะเลียนเสยงคำพูดของเราได้แต่ก็อาจจะไม่ชัดสักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเปรียบแล้วการสอนนกร้องเพลงนั้นเป็นอะไรที่ยากกว่าการเลี้ยงให้เชื่องอีกด้วย เพราะนกพวกนี้มีความฉลาดและหัวไวอย่างมาก แต่การที่จะสอนร้องเพลงนั้นก็จะมีขีดจำกัดในการร้องนั้นเอง ซึ่งนกพวกนี้จะมีขีดคำกัดของคำพูดด้วย เพราะถ้าพูดได้ครบประโยคแล้วมันก็จะจำไปตลอดและก็จะเลียนแบบเราไปเรื่อยๆนั้นเอง ซึ่งถิ่นกำเนิดของนกกระตั้วนี้ก็จะอยู่ด้วยกันหลายแห่งด้วยกัน เพราะนกกระตั้วจะบินอพยพไปตลอดดูกาลที่เปลี่ยนนั้นเอง เราจึงสามารถระบุถิ่นกำเนิดได้ไม่ชัดเจนสักเท่าไหร่    

ลักษณะเด่นของนก Yellow-tailed black cockatoo

นกกระตั้วจัดได้ว่าเป็นนกสายพันธุ์หนึ่งที่ค่อนข้างมีความสวยงาม มีหลากหลายพันธุ์ให้ได้ชมความงดงาม ซึ่งแต่ละพันธุ์ก็จะมีจุดเด่น มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป จนเป็นที่มาของชื่อเรียกในสายพันธุ์นั้นๆ จัดว่าเป็นนกที่หลายๆ คนอยากจะมีโอกาสได้เห็นกับตาสักครั้งถึงความสวยงาม ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนนกชนิดอื่นๆ และก็ยังมีนกกระตั้วอีกสายพันธุ์ที่ต้องบอกว่าเป็นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย นกดังกล่าวมีชื่อว่า Yellow-tailed black cockatoo นก Yellow-tailed black cockatoo หรือ นกกระตั้วดำหางเหลือง เป็นนกกระตั้วขนาดใหญ่ที่มีพื้นเพมาจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย มีขนาดตัวที่สามารถวัดได้ประมาณ 55-65 ซม. ลักษณะเด่นของนกสายพันธุ์นี้ก็คือ จะมีหงอนสั้นๆ สีดำอยู่บริเวณหัวของมันมีลักษณะคล้ายกับขนนกสีออกน้ำตาลหรือสีดำ ขึ้นเป็นหย่อมๆ บริเวณแก้มก็จะมีขนสีเหลืองขึ้นเป็นพุ่ม เช่นเดียวกับหางที่จะมีสีเหลืองด้วยเช่นเดียวกัน ขนบริเวณลำตัวก็จะเป็นสีดำแต่แซมไว้ด้วยสีเหลืองทั่วร่างกาย การแยกระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ถ้าหากว่าเป็นตัวผู้จะงอยปากจะมีสีดำ และสีออกแดงเรื่อๆ ชมพูเป็นวง ส่วนตัวเมียจะงอยปากจะออกสีเทาๆ นก Yellow-tailed black cockatoo จะมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างช้า แต่ความประหลาดของพวกมันก็คือสามารถที่จะบินได้ในระยะทางไกลๆ หากต้องการจะพบนกสายพันธุ์นี้สามารถพบได้บริเวณตอนใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ รวมไปถึงทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้บริเวณคาบสมุทรแอร์ก็มีนกสายพันธุ์นี้อาศัยอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ความโดดเด่นของนักกระตั้วสายพันธุ์นี้อีกอย่างก็คือ สีเหลืองที่เป็นชื่อของตัวมันนั้นจะมีความชัดเจนมากกว่าสีของนกกระตั้วพันธุ์อื่นๆ อาหารที่โปรดปราน คือ เมล็ดพืช มักทำรังอาศัยเป็นโพรงในต้นไม้ที่ค่อนข้างสูงพอตัว เช่น ต้นยูคาลิปตัส แม้ว่าพวกมันมักจะชอบอาศัยกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ แต่ด้วยความที่จำนวนป่าไม้ในประเทศออสเตรเลียลดลงอย่างน่าใจหายก็ทำให้จำนวนประชากรของนกสายพันธุ์นี้ลดจำนวนลงไปอย่างน่าตระหนกตกใจเช่นเดียวกัน จากสิ่งที่เห็นตรงนี้สามรถระบุได้อย่างหนึ่งว่า […]

ลักษณะเด่นของนก Sulphur-Crested Cockatoo

นกแต่ละชนิดแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีลักษณะเด่น มีความสวยงาม หรือมีลักษณะทีแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้านของนกแต่ละประเภทว่าจะมีรูปร่างหน้าตาที่ออกมาเป็นอย่างไร เมื่อพูดถึงนก Sulphur-Crested Cockatoo หลายคนน่าจะคงรู้สึกงงๆ ไม่คุ้นชิน หรือน่าจะไม่เคยได้ยินชื่อนกชนิดนี้เลยด้วยซ้ำ บางคนก็อาจจะเข้าใจว่ามันเป็นชื่อสายพันธุ์หรือเปล่า เราลองมาทำความรู้จักกับเจ้านกพันธุ์ที่ว่านี้กัน มาดูว่าจริงๆ แล้วมันคือนกอะไรกันแน่ มีลักษณะเด่นตรงจุดไหน รับรองว่าเข้าใจกระจ่างแจ้ง นก Sulphur-Crested Cockatoo มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า นกกระตั้งใหญ่หงอนเหลือง บางคนก็เรียกว่า นกกระตั้งซัลเฟอร์เครสต์ จัดว่าเป็นนกปากขอขนาดใหญ่ประเภทหนึ่ง พื้นเพของนกชนิดนี้ก็ถูกจัดให้อยู่ในวงศ์ของนกกระตั้วนั่นเอง ลักษณะเด่นของนกชนิดนี้ก็คือ จะมีความยาวของลำตัวถึง 50 ซม. การจำแนกเพศของมันก็คือ หากเป็นนกตัวผู้ก็จะมีสีน้ำตาลแดงเข้มบริเวณรอบดวงตา ซึ่งจะเป็นลักษณะที่ค่อนข้างเด่นชัดมากกว่าตัวเมีย ลำตัวของมันจะเป็นสีขาวหมดทั้งตัว บริเวณหัวจะมีหงอนขนาดใหญ่สีเหลืองที่เป็นจุดเด่นมากที่สุดของนก Sulphur-Crested Cockatoo ถิ่นกำเนิดของนกชนิดนี้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ตามแถบเกาะนิวกินี, เกาะคิง, ทัสมาเนีย, เกาะมอลลูกา รวมไปถึงทางตอนเหนือและทางตะวันออกของออสเตรเลียด้วย สามารถแบ่งชนิดของนก Sulphur-Crested Cockatoo ออกย่อยๆ ได้เป็น 4 ชนิด คือ Triton จะพบเฉพาะบริเวณเกาะนิวกินี และบริเวณรอบๆ เกาะเท่านั้น, Elenora […]

ลักษณะเด่นของนก Major Mitchell’s Cockatoo

ด้วยความที่นกกระตั้วเป็นนกที่มีค่อนข้างหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์เองก็จะมีลักษณะสวยงามที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจึงมักจะแยกไม่ค่อยออกเวลาที่เราเห็นว่านกกระตั้วสายพันธุ์ที่พบเจอเรียกว่าอะไร ทว่ามันก็ยังมีนกกระตั้วอยู่ชนิดหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนกที่มีความสวยงามที่สุดชนิดหนึ่ง นกกระตั้วชนิดดังกล่าวมีชื่อว่า นก Major Mitchell’s Cockatoo หรือ นกกระตั้วเมเจอร์ มิตเชลส์ อันที่จริง นก Major Mitchell’s Cockatoo ยังไม่ได้มีชื่อภาษาไทยแบบจริงจัง แต่จากลักษณะเด่นที่เห็นทำให้คนไทยบางคนก็ตั้งชื่อว่า นกกระตั้วสีชมพู ส่วนที่เป็นทางการก็ยังคงให้ชื่อว่า นกกระตั้วเมเจอร์ มิตเชลส์ ลักษณะของนก Major Mitchell’s Cockatoo นี้จะเป็นนกขนาดกลาง ไม่ใหญ่มากเหมือนนกกระตั้วสายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากขนาดความยาวของลำตัวมันจะมีขนาดแค่ 14 นิ้วเท่านั้น น้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยก็อยู่ราว 350-400 กรัม ลักษณะเด่นจริงๆ ของนก Major Mitchell’s Cockatoo  ก็คือ ลำตัวของมันจะไม่ได้เป็นสีเดียวเหมือนนกกระตั้วอื่นๆ แต่มันจะเป็นในลักษณะสีขาวอมชมพู บริเวณหัวของมันจะมีหงอนขึ้นไปซึ่งตรงหงอนนี่เองที่ทำให้มีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใครกับสีที่เป็นสีแดงผสมกับสีเหลืองที่ค่อนข้างมีความสดถือว่าเป็นหงอนที่มีความสวยงามมากๆ จริงๆ แล้วชื่อนกสายพันธุ์นี้ถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้ที่ค้นพบมันเป็นคนแรก ลักษณะระหว่างตัวผู้กับตัวเมียจะค่อนข้างเหมือนกันมากจนแทบแยกไม่ออกว่าตัวไหนคือตัวผู้ตัวไหนคือตัวเมีย แต่ตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย ขณะที่ตัวเมียจะมีแถบสีเหลืองบนหงอนกว้างกว่า และดวงตาจะกลายเป็นสีแดงเมื่อโตเต็มที่ บริเวณปากก็จะมีสีขาวอมชมพู มักจะชื่นชอบในการอาศัยอยู่บริเวณแถบที่แห้งแล้งของประเทศออสเตรเลีย แถบๆ ตะวันออกเฉียงเหนือ แม้ว่าจะเป็นนกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ทว่าการอายุของมันที่ค่อนข้างยาวนานทำให้ยังไม่ถือว่าเป็นนกที่ใกล้จะสูญพันธ์แต่อย่างใด ด้วยความที่เป็นนกสวยงามมากทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนเวลาได้มีโอกาสไปเยือนออสเตรเลียก็ต้องการที่จะพบเจอนกเหล่านี้เพื่อถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามนกเหล่านี้แม้ว่าอาจจะดูเหมือนว่าพบเจอได้ง่าย […]